6 เทคนิคการออมเงินในปี 2019

ในปี 2019 ที่กำลังจะมาถึงนี้ผมชื่อว่าการออมเงินน่าจะเป็นหนึ่งในเป้าหมายของใครหลายคน ในบทความนี้ผมจึงอยากจะมาแชร์ 6 เทคนิคการเก็บเงินให้อยู่ในปี 2019 ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมลองทำด้วยตัวเองแล้วได้ผลจึงอยากจะแชร์เป็นไอเดียเผื่อใครจะลองทำตามดูครับโดยจะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

เทคนิคแรกทำบันทึกรายรับรายจ่ายเมื่อก่อนผมก็เคยคิดเหมือนกันว่าจะทำไปทำไมรายรับรายจ่ายเนี่ย ทำไปก็ใช่ว่าจะมีเงินเยอะขึ้นซักหน่อย หลังจากที่ได้ลองทำดูจริงจังสักพักนึงก็พบว่าการทำบันทึกรายรับรายจ่ายนั้นจะทำให้เรารู้ชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆของเราในแต่ละเดือนประกอบด้วยอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายส่วนมากเป็นกับอะไรสิ่งไหนคือสิ่งจำเป็นสิ่งใดคือสิ่งไม่จำเป็นพอเราเข้าใจสิ่งนี้แล้วจะทำให้เราสามารถวางแผนปรับปรุงพฤติกรรมการใช้จ่ายของเราให้ดียิ่งขึ้นได้ สำหรับใครที่อยากลองเริ่มต้นทำบัญชีรายรับรายจ่ายในปัจจุบันก็มีแอพพลิเคชั่นให้เลือกใช้มากมาย แต่ที่ผมใช้อยู่คือแอป Spendee ซึ่งมีทั้งใน iOS และ Android สิ่งที่ผมชอบมันก็คือมันสามารถบันทึกได้สะดวก แล้วพอถึงสิ้นเดือนค่อยทำรายการสรุปออกมาให้เราดูได้เลย

เทคนิคที่ 2 ตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายหลังจากที่เราทำบันทึกรายรับรายจ่ายแล้วเราก็จะทราบว่าค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในแต่ละเดือนคือเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำก็คือสิ่งที่เราต้องเสียแน่ๆทุกเดือนแบบเลี่ยงไม่ได้เช่นค่าอาหารค่าเดินทางค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วเมื่อนำรายได้ของเราหักออกจากค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในเดือนนั้นก็จะได้เป็นเงินที่เหลือในแต่ละเดือนแต่แน่นอนว่าเราคงไม่ใจแข็งขนาดเก็บหมดทั้ง 100% แน่ๆเพราะคนเรานั้นก็ต้องมีฟุ่มเฟือยกันบ้าง เราก็เลยมีเทคนิคในการฟุ่มเฟือยแบบให้มีเงินเหลืออยู่ด้วยนั่นก็คือเทคนิคการตั้งงบประมาณนั้นเอง การตั้งงบประมาณก็คือการระบุลงไปชัดเจนเลยว่าแต่ละเดือนแล้วจะมีวงเงินในการฟุ่มเฟือยทั้งหมดเท่าไหร่ เช่น ถ้าหลังจากหักค่าใช้จ่ายขั้นต่ำออกจากรายได้ทั้งหมดแล้ว ยังมีเงินเหลืออยู่ 5,000 บาทเราอาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือส่วนที่เป็นเงินออม 2,000 บาทและส่วนที่เป็นงบฟุ่มเฟือย 3,000 บาทในงบที่เป็นส่วนฟุ่มเฟือยในงบ 3,000 บาทเราจะไปใช้ทำอะไรก็ได้อย่างเต็มที่แต่ถ้าหากครบ 3,000 บาทแล้วก็ต้องหยุดฟุ่มเฟือยทันที และใช้จ่ายเฉพาะค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานเท่านั้น การทำแบบนี้เองจะทำให้เรามั่นใจว่าเราจะมีเงินเหลือเพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทุกเดือนและมีเงินเหลือเก็บอีกด้วย

เทคนิคที่ 3 กฏ 24 ชั่วโมงคนเรานั้นมักจะมีสิ่งที่เราต้องการมากมายอยู่เสมอแต่รู้หรือเปล่าว่าหลายสิ่งที่เราอยากได้นั้นพอเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้วก็ไม่อยากได้มันแล้วและหากใครใจเร็วรีบควักเงินซื้อไว้ทันทีนอกจากเปลืองเงินแล้วยังทำให้ได้ของที่เราไม่ต้องการมาให้เจ็บใจเล่นอีกด้วย เทคนิคที่ช่วยปัญหาเรื่องนี้ก็คือกฏ 24 ชั่วโมงกฏนี้ไม่มีอะไรมากถ้าคุณกำลังจะซื้อของที่อยากได้ให้คุณหยุดมือไว้ก่อนแล้วอย่าเพิ่งกระเป๋าตังค์แต่ให้เดินจากไปก่อนและถ้า 24 ชั่วโมงผ่านไปแล้วคุณยังอยากได้สิ่งนั้นอยู่ค่อยตัดสินใจซื้อ สิ่งนี้เองจะช่วยให้เราหยุดคิดก่อนจะเสียกันไปซึ่งช่วยให้ประหยัดไปได้อย่างมากเลย

เทคนิคที่ 4 ตั้งเป้าหมายถ้าเราไม่รู้ว่าจะไปไหนเราคงไม่เดินออกมาขึ้นรถการออมเงินก็เช่นกันถ้าเราไม่มีเป้าหมายชัดเจนว่าเราออกมาเพื่ออะไรแล้วก็คงไม่ออมหรอกการตั้งเป้าหมายที่ดีนั้นต้องตอบคำถาม 3 ข้อได้แก่เป้าหมายคืออะไร เป้าหมายนั้นต้องใช้เงินเท่าไหร่และต้องบรรลุเป้าหมายในเมื่อไหร่ตัวอย่างเป้าหมายที่ดีเช่นเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น 50,000 บาทโดยจะไปในปี 2563 ซึ่งจะเห็นว่าตัวอย่างนี้สามารถตอบคำถามได้ครบทั้ง 3 ข้อเลยใช่ไหมครับ

เทคนิคที่ 5 วางแผนการเก็บให้ชัดเจนพอเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วเราก็สามารถวางแผนการเก็บเงินที่ชัดเจนได้ จากตัวอย่างเป้าหมายของเราก็คือไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อกี้เรารู้เลยว่าเราจะต้องใช้เงิน 50,000 อีก 2 ปีข้างหน้าหรือก็คือ 24 เดือนข้างหน้า พอหารออกมาแล้วก็สรุปได้ว่าเราต้องเก็บเงินเดือนละประมาณ 2,000 บาทถึงจะไปถึงเป้าหมาย ที่นี้เราก็ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเราจะเกิดอย่างไรเช่นอาจจะไปเปิดบัญชีฝากประจำแบบ 24 เดือนโดยเก็บเดือนละ 2000 บาทและหากให้ถอนยากหน่อยบัญชีนี้ก็ไม่ต้องทำบัตร ATM แล้วเอาสมุดบัญชีไปฝากไว้กับแฟนแค่นี้เงินก็ไม่หลุดออกมาแน่นอนครับ

เทคนิคที่ 6 ทำให้เป็นอัตโนมัติหลังจากที่วางแผนมาเป็นอย่างดีแต่ถ้าหากจะให้เดินไปฝากเงินธนาคารทุกเดือนเราก็อาจจะมีหลงลืมกันบ้างทางแก้ปัญหาก็คือการนำให้เป็นระบบอัตโนมัติ เราอาจจะไปติดต่อธนาคารให้ทำธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีที่เรารับเงินเดือนไปยังบัญชีฝากประจำโดยอาจจะกำหนดวันที่โอนเงินให้เป็นวันเดียวกับวันที่เงินเดือนออกเลยก็ได้รับรองว่าวิธีนี้ไม่มีทางพลาดแน่นอนครับ